อังคาร. ก.พ. 18th, 2020

euro dilla

economy and politics

ลู่ทางอาหารออร์แกนิกไทยเติบโตในสเปน

อุตสาหกรรมเกษตรออร์แกนิกโลกขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่จำนวนพื้นที่เพาะปลูกเกษตรออร์แกนิก (50.9 ล้านเฮคเตอร์) จำนวนผู้ผลิต (2.4 ล้านรายใน 179 ประเทศ) และมูลค่าตลาดอาหารออร์แกนิก (ประมาณ 75,000 ล้านยูโร) โดยมีปัจจัยบวกมาจากกระแสคนรักสุขภาพ ความต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กอปรกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

              รัฐบาลของประเทศไทยมีนโยบายต้องการยกระดับการผลิตอาหารในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการอาหารของไทยในกลุ่มอาหารอนาคตหรือ Future Food ให้มีคุณภาพ ปลอดภัย มีคุณค่าโภชนาการที่เหมาะสม ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตการเกษตรของไทยให้สอดคล้องกับกระแสการบริโภคของตลาดโลก ข้อมูลจากสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่าอาหารออร์แกนิกเป็นตลาดที่มีศักยภาพมากที่สุดในกลุ่มอาหารอนาคตเมื่อเปรียบเทียบกับอาหารอนาคตอีก 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) อาหารและเครื่องดื่มเสริมสุขภาพหรือ Functional Food (2) อาหารทางการแพทย์หรือ Medical Food และ (3) อาหารที่ผลิตขึ้นมาใหม่ทางนวัตกรรมหรือ Novel Food เนื่องจากมีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วและมีจำนวนผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกสู่ตลาดมากที่สุด โดยปี 2560 ทั่วโลกมีผลิตภัณฑ์อาหารออร์แกนิก ออกวางจำหน่ายในท้องตลาดมากถึง 23,590 รายการ ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 13 ต่อปีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ในส่วนของผู้ประกอบการไทย ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ไทยสามารถผลิตสินค้าอาหารออร์แกนิกเพื่อวางจำหน่ายในท้องตลาดได้สูงถึง 565 รายการ ขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 46

              ในอุตสาหกรรมตลาดอาหารออร์แกนิกโลก ของประเทศสเปนเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อย เนื่องด้วยจำนวนพื้นที่เพาะปลูกเกษตรออร์แกนิกมากที่สุดในยุโรปและสูงเป็นอันดับที่ 5 ของโลก (2.01 ล้านเฮคเตอร์ หรือร้อยละ 8 ของพื้นที่การเกษตรของประเทศ) ขณะเดียวกันตลาดอาหารออร์แกนิกของสเปนก็ใหญ่เป็นอันดับที่ 10 ของโลก โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามียอดจำหน่ายสินค้ามูลค่ารวมประมาณ 1,700 ล้านยูโร นอกจากนี้ สเปนก็ยังสร้างรายได้จากการส่งออกสินค้าอาหารออร์แกนิก 900 ล้านยูโร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทผัก ผลไม้ ไวน์ และน้ำมัน โดยตลาดหลัก คือ สมาชิกสหภาพยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนี ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อิตาลี สวีเดน และเนเธอร์แลนด์

              ถึงแม้ว่าสเปนจะเป็นผู้ผลิตอาหารออร์แกนิกที่สำคัญของอียู แต่ก็ยังขาดสินค้าอาหารออร์แกนิกแปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ทำให้สเปนยังคงมีความต้องการที่จะนำเข้าสินค้าออร์แกนิกเพื่อตอบสนองกับความต้องการของผู้บริโภคภายในประเทศ

              ปัจจุบัน ตลาดอาหารออร์แกนิกครองสัดส่วนตลาดอาหารของประเทศสเปนประมาณร้อยละ 1.69 ซึ่งแม้จะยังไม่สูงมากนัก แต่เห็นได้ว่าอาหารประเภทนี้เข้ามามีบทบาทกับชีวิตคนสเปนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปี ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการดูแลสุขภาพเพื่อความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี หลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารเคมีตกค้าง

              ทั้งนี้ ในส่วนของสินค้าอาหารออร์แกนิกของไทยในตลาดสเปน พบว่ายังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก และมักเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทท้องถิ่น/ต่างชาตินำเข้ามาจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าว อาทิ ข้าวหอมนิลออร์แกนิกแบรนด์ Bioprasad ข้าวกล้องหอมมะลิออร์แกนิกแบรนด์ Biográ ข้าวกล้องงอกหอมมะลิออร์แกนิกแบรนด์ SaludViva ข้าวออร์แกนิกหลากชนิดแบรนด์ La Grana รวมถึงมะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิกแบรนด์ Genuine Coconut เป็นต้น

              ทั้งนี้ ตลาดอาหารออร์แกนิกในสเปนถือเป็นตลาดที่น่าสนใจอีกตลาดหนึ่งและเป็นโอกาสอันดีที่ผู้ประกอบการไทยอาจพิจารณาส่งออกอาหารออร์แกนิกมายังสเปนให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวสารบรรจุถุง ผลิตภัณฑ์นม เครื่องดื่มธัญพืช ซอสและเครื่องปรุงรส น้ำมันมะพร้าวและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว หรือขนมแผ่นข้าวอบกรอบ เป็นต้น

              ผู้ประกอบการที่สนใจขยายตลาดอาหารออร์แกนิกไทยในสเปนอาจพิจารณาเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารออร์แกนิกที่สำคัญ ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ได้ทำความรู้จักกับตลาดสเปน รวมถึงคู่ค้าในตลาดแห่งนี้ให้มากขึ้น อาทิ

  • Ecosalud Barcelona 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 เมษายน 2562 ณ นครบาร์เซโลนา (https://www.expoecosalud.es/)
  • Free From Functional Food Expo วันที่ 28-29 พฤษภาคม 2562 ณ นครบาร์เซโลนา (https://www.freefromfoodexpo.com/)
  • Organic Food Iberia วันที่ 6-7 มิถุนายน 2562 ณ กรุงมาดริด (https://www.organicfoodiberia.com/) และ
  • BioCultura วันที่ 9-12 พฤษภาคม 2562 ณ นครบาร์เซโลนา และ 7-10 พฤศจิกายน 2562 ณ กรุงมาดริด (http://www.biocultura.org/)